“สุเทพ”โวยแหลกผ่านเฟซฯ 13พันธมิตรถูกอายัดบัญชี

  Posted in news on

  by admin

“ลุงกำนัน”จะไม่ทน!! เฟซบุ๊ก “สุเทพ เทือกสุบรรณ”ลงข้อความแสดงความไม่พอใจ หลังถูกธนาคารอายัดบัญชี ชดใช้เงินคนละ 60 กว่าล้าน กรณีปิดสนามบิน อ้างยังมีอีกหลายคดีเกี่ยวข้อง แต่ยังไม่เป็นที่ยุติ เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในวงกว้างหลังจากโลกออนไลน์เผยแพร่ข้อความจากเพจเฟซบุ๊ก(สุเทพ เทือกสุบรรณ) ซึ่งเป็นของ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ทำนองว่า มีการตัดพ้อเกี่ยวกับเรื่องที่ถูกอายัดเงินในบัญชีธนาคาร

หลังจากต้องชดใช้เงินค่าเสียหายในคดีปิดล้อมสนามบินสุวรรณภูมิเป็นเงินรวม 522 ล้านบาท ดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ปี นับแต่ 5 ธ.ค.2551 แต่ยังมีคดีที่เกี่ยวข้องกันซึ่งยังไม่เป็นที่ยุติ ทั้งนี้นายสุเทพโพสต์ข้อความไว่ว่า  “….เมื่อวันที่ 20 มี.ค.ที่ผ่านมา กรมบังคับคดีส่งเอกสารถึงทุกธนาคาร อายัดทุกบัญชีของพวกเรา แต่เพิ่งทราบจริงวันนี้(23)หลังจากเพื่อนโอนเงินมาให้ ไปกดATMไม่ได้ จึงไปติดต่อธนาคารจึงทราบเรื่องทั้งหมด อายัดทุกบัญชี จะกี่บาทก็ช่าง และมันคงจะเป็นภาวะแบบนี้ไปจนกว่าเขาจะสามารถยึดทรัพย์เราได้ทั้งหมด..มันเป็นเช่นนี้เอง ความรู้สึกเจ็บลึกในอก..แม่เจ้าโว้ย!!!ทีคนโกงชาติบ้านเมืองมันทำอะไรกันอยู่ ทีกับคนที่ไม่ได้ทำเพื่อประโยชน์ตนเอง เอ็งทำได้และรีบทำ..”

ตอนหนึ่งในเฟสบุ๊ค ของ “มาลีรัตน์ แก้วก่า” ที่โพสต์รัวๆ เมื่อเวลา 20.31น.วันที่ 23 มี.ค.2561 และได้รับการแชร์ออกไปอย่างรวดเร็ว กระทั่งกลายเป็นข่าวร้อนทั้งในสื่อกระแสหลักและโลกออนไลน์..มาลีรัตน์ แก้วก่า หรือ”พี่ติ๊ก”ของน้องๆ เป็นอดีตสว.สกลนคร และเป็นอดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยรุ่น 2 เมื่อกล่าวถึงกลุ่มพันธมิตรฯที่ประกาศยุติบทบาทไปแล้วเมื่อเดือนส.ค.2556 เป็นทีทราบกันว่าพวกเขาได้ลุกขึ้นต่อสู้กับระบอบทักษิณถึงสองรอบใหญ่ๆ คือเมื่อปี 2549 และ 2551 ทำให้แกนนำและแนวร่วมถูกดำเนินคดีหลายคดี โดยคดีอาญาคดีหลักคือ คดีบุกทำเนียบรัฐบาล,คดีชุมนุมล้อมรัฐสภาและคดีชุมนุมที่สนามบิน สองรอบของการลุกขึ้นสู้ทำให้ระดับแกนนำโดนคดีอาญา-แพ่ง ไปคนละ 5-6 คดีเป็นอย่างน้อย เฉพาะคดีชุมนุมที่สนามบินเมื่อปลาย ปี 2551 เป็นคดีที่ตลกร้ายที่สุด พนักงานสอบสวนฟ้องเหวี่ยงแหผู้ต้องหาจำนวนมากถึง 98 คน ทั้งแกนนำการชุมนุมและคนที่ไปยืนปรบมือร้องเพลงข้างเวที และในจำนวน 98 จำเลย มีผู้ที่ถูกข้อหาก่อการร้ายโทษประหารชีวิตถึง 13 คน. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ dailynews